3月11日
สิ่งที่ผมค้นพบจากการนั่งรับประทานถั่วลิสงเคลือบรสนม
ถั่งลิสงเคลือบรสนม
คือ ถั่วลิสงธรรมดาๆที่ผ่านการอบแห้ง, การทอด หรืออะไรก็แล้วแต่
แล้วนำมาเคลือบแป้งรสต่างๆ เพื่อที่จะนำไปคลุกกับ ผงชูรสอีกที(ไม่ดี)
เพื่อความเอร็ดอร่อยตามรสชาติต่างๆกัน
ถั่วลิสงเคลือบที่ดีนั้นจะต้องมีสีสวย ออกน้ำตาล ไม่ดำเมี่ยม หรือมีรสขม
ส่วนแป้งเคลือบนั้นต้อง หนาพอดีๆ ไม่ต้องออกแรงเคี้ยวมากเวลาใส่เข้าปาก
ถั่วลิสงที่ผมเลือกนั้นคือ ถั่วอบกรอบรสนม ตรา เขาช่อง
ไม่ใช่อะไรหรอก, พอดีมันตั้งอยู่หน้าห้องน่ะ
วิธีรับประทานถั่วลิสงเคลือบรสนมแบ่งได้เป็นสองถึงสามวิธี
(ตอนที่พิมพ์อยู่นี่ยังไม่ได้ฟันธงว่ากี่วิธีกันแน่)
แบบแรก, หยิบถั่วเข้าปากเป็นกำๆ กำใหญ่ๆ
เคี้ยวไปดูทีวีไป กะเอาเพลิน ไม่ก็เอาอิ่ม
แบบนี้เห็นเป็นธรรมดา ตามหน้าจอทีวี และ วงเหล้า
แบบที่สอง, เป็นการหยิบเข้าปากทีละเม็ด
เพื่อลิ้มรสชาติที่กำซาบอยู่ทั่วอณูเนื้อแป้งเคลือบ
และระหว่างที่แป้งเริ่มอ่อนตัวยวบลงนั้น ก็บรรจงกัดเปลือกเคลือบออก
เพื่อลิ้มรสชาติถั่วที่หลบซ่อนอยู่ข้างใน เก็บถั่วครึ่งเม็ดไว้ลิ้มรสชาติเพียวๆ
ส่วนอีกครึ่งนั้น บดกัดผสมคลุกเคล้ากับแป้งที่เหลือเพื่อเข้าถึงรสชาติที่แท้จริง
แบบที่สองนี้จะเห็นได้ตาม Product tester กะ คนไม่ปกติบางจำพวก
แบบที่สาม,
ผมรู้แล้วล่ะว่ามันมีสามแบบ
แบบที่สามเป็นการรับประทานถั่วลิสงเคลือบ
ที่ผมได้ค้นพบเมื่อตอนยังเรียนอยู่ชั้นประถมปลาย
การรับประทานถั่วลิสงเคลือบแบบที่สามนั้น
ต้องอาศัยทักษะและความชำนาณมากอยู่ทีเดียว
เริ่มแรก, ต้องเลือกถั่วที่เม็ดใหญ่กว่าชาวบ้านเค้าออกมาก่อน
ต่อจากนั้นก็ใช้ฟันหน้าของมนุษย์แกะเปลือกทิ้งไป
โดยเลียนแบบกระรอก...ไม่ก็น้องกระแต
ขั้นตอนนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะถ้ากัดแรงไปอาจจะทำให้ตัวถั่วเสียหายได้
หลังจากนั้นก็เอาถั่วที่แกะเปลือกออกแล้ว มาเกลือกกลิ้งอยู่ในปาก
พยายามใช้ลิ้นสำรวจ(ฟังดูลามกจัง) ว่าเป็นถั่วที่ได้คุณภาพหรือเปล่า
ขั้นตอนนี้ต้องอาศัยความชำนาณสูงซักหน่อย
โดยหลักๆก็จะประมาณว่า ผิวเรียบ รสไม่ขม เม็ดมีรูปร่างสมบูรณ์ เป็นใช้ได้
หลังจากนั้นเป็นขั้นตอนสำคัญของการรับประทานแบบที่สามนี้
นั่นคือ, การอม(เริ่มอีกลามกละ การ...อม ไม่ใช่ กา...รอม)
ตอนนี้ใครเคยตั้งใจเรียน สปช. มาตอนเด็กๆจะรู้ว่าน้ำลายมีเอนไซม์ อไมเลส อยู่
ซึ่งไอ้เอนไซม์ที่ชื่อเหมือนชาวยิวโบราณนี้ จะเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาลได้
ตัวถั่วลิสงนั้นมีแป้งอยู่ค่อนข้างมาก
เพราะฉะนั้น, ถ้าเราอมมันไว้นานๆ แป้งก็จะกลายเป็นก้อนน้ำตาลนั่นเอง
แถมเป็นน้ำตาลที่ผลิตโดยร่างกายเราเองด้วย
ขั้นนี้ต้องใช้ความอดทนโดยมากจะอมจนตัวถั่วนิ่ม และ มีสีเปลี่ยนไปเป็นสีใสๆ
หลังจากนั้นให้เราใช้ลิ้น(?) ดันตัวถั่วให้แยกออกเป็นสองส่วน
และจัดการกับมันตามแบบที่คุณชอบได้เลย
ปกติผมจะค่อยๆแยกมันออกมาเป็นส่วนๆ
เพื่อที่ลิ้นจะรับรสสัมผัสของน้ำตาลที่ออกมาจากตัวถั่วได้เป็นอย่างดี
แถมถั่วในรูปแบบนี้ยังกรุบกรอบมากกว่าถั่วที่ผ่านการทอดอย่างเทียบกันไม่ได้
เรียกได้ว่าเป็นผลงานสร้างสรรค์สุดยอดอาหารที่ได้จากร่างกายมนุษย์อย่างหนึ่งทีเดียว
ขอให้สนุกกับถั่วลิสงเคลือบรสนมนะครับ
.
.
.
.
.
.
จะกินให้มันยุ่งยากทำไมวะเนี่ย กุ